บทที่ 5 ขั้นคู่เสียง (Interval)

หลังจากการเรียนบันไดเสียงเมเจอร์ไปแล้ว แล้วเราสามารถคิดคำนวณบันไดเสียงเมเจอร์ต่างๆได้คล่องแคล่วตามหลักของ ทฤษฎีดนตรี เราก็จะสามารถคิดหา และคำนวณ ขั้นคู่ ได้อย่างแม่นยำ ขั้นคู่นั้น มีความสำคัญ เพราะเราสามารถนำขั้นคู่ต่างๆ มาสร้างทั้ง ทรัยแอด และ คอร์ด และเป็นการเริ่มการฝึกประสานเสียงเบื้องต้น เพื่อนำหลักการไปใช้ในการ เรียนดนตรี และศึกษา ทฤษฎีดนตรี ขั้นสูงได้

สารบัญ บทที่ 5

5.1 ขั้นคู่เสียง (Interval)

ขั้นคู่เสียง มีความหมายถึงระยะห่างระหว่างเสียง 2 เสียง คำนวณจากเสียงหนึ่ง ไปถึงอีกเสียงหนึ่งที่อยู่ในลำดับใดก็ได้ที่ต้องการวัดระยะ ขั้นคู่เสียงมี 2 แบบ คือ ถ้า 2 เสียง ดังขึ้นพร้อมกัน เรียกว่า ขั้นคู่เสียงฮาร์โมนิก (Harmonic Interval) และถ้าเสียง 2 เสียง ดังขึ้นต่อเนื่องกัน เรียกว่า ขั้นคู่เสียงเมโลดิก (Melodic Interval)

 

ภาพประกอบ : ขั้นคู่เสียแบบ Harmonic และ Melodic

5.2 การเรียกชื่อขั้นคู่เสียงเป็นตัวเลข (Number Interval)

การเรียกชื่อ ขั้นคู่เสียง นั้น เริ่มจากการหาระยะห่างของเสียงทั้งสองเสียงนั้น มาในรูปของตัวเลข โดยเริ่มต้นจากการนับจากตัวโน๊ตที่อยู่ด้านล่าง ขึ้นไปหาโน๊ตตัวบนที่เป็นขั้นคู่ของตัวล่าง โดยตัวเลขที่ได้จะได้เป็นชื่อของขั้นคู่ เช่น ขั้นคู่หนึ่ง, ขั้นคู่สอง, ขั้นคู่สาม, ขั้นคู่สี่ ,ขั้นคู่ห้า เป็นต้น โดยข้อสังเกตุจะมีขั้นคู่อยู่ 2 ตัวที่มีชื่อเฉพาะ คือ

  • ขั้นคู่ที่หนึ่ง เราเรียกว่า ยูนิสัน (Unison)
  • ขั้นคู่ที่แปด เราเรียกว่า อ็อกเทฟ (Octave)
  • ตัวเลขเราเรียกในภาษาอังกฤษเป็นลำดับ เช่น Second, Third, Fourth ….
ขั้นคู่เสียง ทฤษฎีดนตรี เรียนดนตรี Interval
ภาพประกอบ : ขั้นคู่เสียงเป็นตัวเลข

5.3 ชนิดขั้นคู่เสียง

ขั้นคู่เสียงมีทั้งหมด 5 ประเภท คือ ขั้นคู่เฟอร์เฟค (Perfect), ขั้นคู่เมเจอร์ (Major), ขั้นคู่ไมเนอร์ (Minor), ขั้นคู่ดิมินิช (Diminish) และขั้นคู่อ็อกเมนเทด (Augmented) โดยการจะหาชนิดขั้นคู่เสียง เราอ้างอิงบันไดเสียงเมเจอร์เป็นหลักในการเรียก โดยชนิดขั้นคู่เบื้องต้นที่ต้องรู้ก่อน คือ ขั้นคู่เฟอร์เฟค (Perfect) และขั้นคู่เมเจอร์ (Major)

5.3.1 ขั้นคู่เฟอร์เฟค และขั้นคู่เมเจอร์ (Perfect and Major Interval)

ขั้นคู่เฟอร์เฟค และขั้นคู่เมเจอร์ คือ ขั้นคู่ใดๆก็ตาม ที่มีโน๊ตอยู่บนพื้นฐานของบันไดเสียงเมเจอร์ของตัวโน๊ตตัวล่างนั้น เมื่อจับคู่กับตัวบนใดๆแล้วตรงตามบันไดเสียงที่คิดไว้ในขั้นต้น จะได้ออกมาเป็นขั้นคู่เฟอร์เฟคและเมเจอร์ โดยหลักการ ขั้นคู่ยูนิสัน ขั้นคู่ที่สี่ ขั้นคู่ที่ห้า และขั้นคู่ที่แปด จะเป็นขั้นคู่ประเภทเฟอร์เฟค ส่วนขั้นคู่ที่เหลือ (ขั้นคู่สอง, ขั้นคู่สาม, ขั้นคู่หก และขั้นคู่เจ็ด) จะเป็นขั้นคู่เมเจอร์ โดยเราจะกำกับตัวอักษร P พิมพ์ใหญ่แทนเฟอร์เฟค และ M พิมพ์ใหญ่ แทนเมเจอร์ ได้ตามตัวอย่างดังนี้

P1 - M2 - M3 - P4 - P5 - M6 - M7 - P8

(P=Perfect, M=Major)
ขั้นคู่เสียง ทฤษฎีดนตรี เรียนดนตรี Interval
ภาพประกอบ : ขั้นคู่เฟอร์เฟค และขั้นคู่เมเจอร์ (Perfect and Major Interval)​

5.3.2 ขั้นคู่ไมเนอร์ ขั้นคู่ดิมินิช และขั้นคู่อ็อกเมนเทด (Minor Diminish and Augmented Interval)

ขั้นคู่เมเจอร์และขั้นคู่เฟอร์เฟค เป็นหลักในการคิดขั้นคู่ทั้ง 3 ชนิดนี้ ก็คือ ขั้นคู่ไมเนอร์ ขั้นคู่ดิมินิช และขั้นคู่อ็อกเมนเทด ซึ่งทั้ง 3 ชนิดคือการนำขั้นคู่เมเจอร์และเฟอร์เฟคมาปรับ เพิ่ม-ลด เสียง ทีละระยะครึ่งเสียง เราจะแทนตัวอักษรเป็นตัวอักษรดังแผนภาพด้านล่าง คือ ไมเนอร์ ใช้ m พิมพ์เล็ก, ดิมินิช ใช้ d พิมพ์เล็ก และ อ็อกเมนเทด ใช้ A พิมพ์ใหญ่ โดยจะสามารถอธิบายได้จากแผนภูมิด้านล่างนี้

ดิมินิช (d) < ไมเนอร์ (m) < เมเจอร์ (M) > อ๊อกเมนเทด (A)

ระยะของคู่เมเจอร์

ดิมินิช (d) < เฟอร์เฟค (P) > อ๊อกเมนเทด (A)

ระยะของคู่เฟอร์เฟค

< = ลดลงครึ่งเสียง
> = เพิ่มขึ้นครึ่งเสียง

ตัวอย่างการคิด เช่น บันไดเสียง C major 

  • คู่โน๊ต C และ G เป็นคู่ P5 ถ้าลดเสียงตัว 5 ลงเป็นระยะครึ่งเสียงเป็น Gb จะเป็นคู่ดิมินิช (d5) และถ้าเพิ่มระยะครึ่งเสียง จะเป็นคู่อ็อกเมนเทด (A5)
  • คู่โน๊ต C และ A เป็นคู่ M6 ถ้าลดเสียงตัว 6 ลงเป็นระยะครึ่งเสียงเป็น Ab จะเป็นคู่ไมเนอร์ (m6) หรือถ้าลดลงเป็นระยะเสียงเต็ม จะเป็นคู่ดิมินิช (d6) และถ้าเพิ่มระยะครึ่งเสียง จะเป็นคู่อ็อกเมนเทด (A6)
ขั้นคู่เสียง ทฤษฎีดนตรี เรียนดนตรี Interval
ภาพประกอบ : ขั้นคู่ไมเนอร์ ขั้นคู่ดิมินิช และขั้นคู่อ็อกเมนเทด (Minor Diminish and Augmented Interval)

5.4 ขั้นคู่เอ็นฮาร์โมนิก (Enharmonic Interval)

ขั้นคู่เอ็นฮาร์โมนิก (Enharmonic Interval) คือขั้นคู่ที่เสียงเหมือนกัน หรือเสียงเดียวกัน แต่มีชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกันทางทฤษฎีดนตรี เช่น C-D# กับ C-Eb มีเสียงเดียวกัน แต่ชื่อเรียกทางทฤษฎีกลายเป็นว่า C-D# เป็นคู่ A2 และ C-Eb เป็นคู่ m3 เป็นต้น

ขั้นคู่เสียง ทฤษฎีดนตรี เรียนดนตรี Interval
ภาพประกอบ : ขั้นคู่เอ็นฮาร์โมนิก (Enharmonic Interval)

5.5 ขั้นคู่เสียงผสม (Compound Interval)

ขั้นคู่เสียงผสม (Compound Interval) คือ ขั้นคู่เสียงที่มีระยะกว้างมากกว่าช่วงระยะคู่แปด โดยจะสืบหาประเภทได้จากการหาระยะห่าง นำมาลบ 7 ก็จะได้ขั้นคู่ปกติที่คำนวณชนิดได้ ขั้นคู่ชนิดนี้ ใช้มากในงานประสานเสียง จึงต้องแสดงค่าความกว้างที่แท้จริงเข้ามาด้วย

ขั้นคู่เสียง ทฤษฎีดนตรี เรียนดนตรี Interval
ภาพประกอบ : ขั้นคู่เสียงผสม (Compound Interval)

5.6 คุณภาพเสียงของขั้นคู่ (Interval Quality)

โทนเสียงของขั้นคู่ เมื่อเลือกนำมาใช้งาน จะมีความรู้สึกในการเลือกใช้แตกต่างกัน โดยเราสามารถจำแนกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ดังนี้

5.6.1 ขั้นคู่เสียงกลมกล่อม (Consonant Interval)

ขั้นคู่ชนิดนี้ ฟังแล้วรู้สึกถึงความมั่นคง และสามารถประสานเข้าหากันได้อย่างสมบูรณ์ ขั้นคู่ที่ฟังแล้วรู้สึกดีที่สุดคือ ขั้นคู่เฟอร์เฟคทุกคู่ และขั้นคู่สามและหก ทั้งเมเจอร์และไมเนอร์

5.6.2 ขั้นคู่เสียงกระด้าง (Dissonant Interval)

ขั้นคู่ชนิดนี้ ฟังแล้วรู้สึกจะไม่เข้ากัน ไม่ประสานกันสนิท ขั้นคู่ที่ฟังแล้วกระด้างได้แก ขั้นคู่ดิมินิช ขั้นคู่อ็อกเมนเทด ขั้นคู่สองทั้งเมเจอร์และไมเนอร์ ขั้นคู่เจ็ด และขั้นคู่เก้า

5.7 การพลิกกลับของขั้นคู่ (Reverse Interval)

ขั้นคู่ธรรมดาหรือขั้นคู่ที่แคบกว่าช่วงคู่แปดเฟอร์เฟค สามารถพลิกกลับได้ การพลิกกลับคือการนำโน๊ตตัวล่างขยับสูงขึ้นไป 1 ช่วงคู่แปด อีกวิธีคือการนำโน๊ตตัวบนลงมา 1 ช่วงคู่แปด ก็จะได้ขั้นคู่ชนิดใหม่ ไม่ว่าวิธีใด ขั้นคู่ที่ได้ใหม่ก็จะมีชนิดเดียวกันของการทำทั้งสองแบบ โดยจะมีข้อสังเกตุในความสัมพันธ์ของการพลิกกลับ ดังนี้

  • ขั้นคู่ Unison พลิกกลับเป็นขั้นคู่แปด ส่วนคู่แปด พลิกกลับเป็น Unison
  • คู่สอง พลิกเป็นคู่เจ็ด ส่วน คู่เจ็ดพลิกกลับเป็นคู่สอง
  • คู่สาม พลิกกลับเป็นคู่หก ส่วนคู่หก พลิกกลับเป็นคู่สาม
  • คู่สี่พลิกกลับเป็นคู่ห้า คู่ห้า พลิกกลับเป็นคู่สี่
  • คู่เมเจอร์พลิกกลับเป็นไมเนอร์ คู่ไมเนอร์พลิกกลับเป็นเมเจอร์
  • คู่อ็อกเมนเทดพลิกกลับเป็นดิมินิช คู่ดิมินิชพลิกกลับเป็นอ็อกเมนเทด
  • คู่เฟอร์เฟคพลิกกลับเป็นเฟอร์เฟคคงเดิม

 

มีขั้นคู่อีก 2 ประเภทที่มี แต่ไม่มีใช้ในบทเพลง คือ ดิมินิชซ้อน และ อ็อกเมนเทดซ้อน ซึ่งใช้ตัวย่อ dd และ AA โดยดิมินิชซ้อนจะมีระยะแคบกว่าดิมินิชธรรมดาครึ่งเสียง และอ็อกเมนเทดซ้อนจะกว้างกว่าอ็อกเมนเทดธรรมดาครึ่งเสียง



ขั้นคู่เสียง ทฤษฎีดนตรี เรียนดนตรี Interval
ภาพประกอบ : การพลิกกลับของขั้นคู่

นอกจากความชำนาญในการทำขั้นคู่ และขั้นคู่พลิกกลับแล้ว การฝึกฟังเสียงของขั้นคู่แต่ละชนิด ก็เป็นส่วนที่สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะจะเป็นทักษะที่นำไปสู่การปฏิบัติเครื่อง และการทำเสียงประสานที่สมบูรณ์ได้ อย่าลืมทบทวนสรุป และเราจะไปต่อกันในเรื่องของบันไดเสียงไมเนอร์ในบทถัดไปครับ

สรุปเนื้อหา

  1. ขั้นคู่เสียง (Interval) คือ ระยะห่างระหว่างเสียง 2 เสียง คำนวณจากเสียงหนึ่ง ไปถึงอีกเสียงหนึ่งที่อยู่ในลำดับใดก็ได้ที่ต้องการวัดระยะ
  2. การเรียกชื่อขั้นคู่เสียงเป็นตัวเลข (Number Interval) เริ่มจากการหาระยะห่างของเสียงทั้งสองเสียงนั้น มาในรูปของตัวเลข โดยเริ่มต้นจากการนับจากตัวโน๊ตที่อยู่ด้านล่าง ขึ้นไปหาโน๊ตตัวบนที่เป็นขั้นคู่ของตัวล่าง
  3. ชนิดขั้นคู่เสียง มีทั้งหมด 5 ประเภท คือ ขั้นคู่เฟอร์เฟค (Perfect), ขั้นคู่เมเจอร์ (Major), ขั้นคู่ไมเนอร์ (Minor), ขั้นคู่ดิมินิช (Diminish) และขั้นคู่อ็อกเมนเทด (Augmented)
  4. ขั้นคู่เฟอร์เฟค และขั้นคู่เมเจอร์ คือ ขั้นคู่ใดๆก็ตาม ที่มีโน๊ตอยู่บนพื้นฐานของบันไดเสียงเมเจอร์ของตัวโน๊ตตัวล่างนั้น ขั้นคู่ยูนิสัน ขั้นคู่ที่สี่ ขั้นคู่ที่ห้า และขั้นคู่ที่แปด จะเป็นขั้นคู่ประเภทเฟอร์เฟค ส่วนขั้นคู่ที่เหลือ จะเป็นขั้นคู่เมเจอร์
  5. ขั้นคู่ไมเนอร์ ขั้นคู่ดิมินิช และขั้นคู่อ็อกเมนเทด ซึ่งทั้ง 3 ชนิดคือการนำขั้นคู่เมเจอร์และเฟอร์เฟคมาปรับ เพิ่ม-ลด เสียง ทีละระยะครึ่งเสียง ดูแผนภาพ
  6. การกำกับชื่อ ใช้ P=Perfect, M=Major, m=minor, d=diminish, A=Augmented
  7. ขั้นคู่เอ็นฮาร์โมนิก (Enharmonic Interval) คือ ขั้นคู่ที่เสียงเหมือนกัน หรือเสียงเดียวกัน แต่มีชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกันทางทฤษฎีดนตรี
  8. ขั้นคู่เสียงผสม (Compound Interval) คือ ขั้นคู่เสียงที่มีระยะกว้างมากกว่าช่วงระยะคู่แปด
  9. คุณภาพเสียงของขั้นคู่ (Interval Quality) มี 2 แบบคือ ขั้นคู่เสียงกลมกล่อม (Consonant Interval) และ ขั้นคู่เสียงกระด้าง (Dissonant Interval)
  10. ขั้นคู่ธรรมดาหรือขั้นคู่ที่แคบกว่าช่วงคู่แปดเฟอร์เฟค สามารถพลิกกลับได้ การพลิกกลับคือการนำโน๊ตตัวล่างขยับสูงขึ้นไป 1 ช่วงคู่แปด อีกวิธีคือการนำโน๊ตตัวบนลงมา 1 ช่วงคู่แปด