ศาสนา ดนตรี ชีวิต : การเปลี่ยนแปลงของดนตรีคาทอลิก กับ การสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 (ตอนที่ 1)

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
ศาสนา ดนตรี ชีวิต การสังคายนาวาติกัน

“ความเปลี่ยนแปลง เป็นสัจธรรมของโลกใบนี้ สิ่งใดก็ตามที่ไม่พัฒนา หรือวิวัฒนาการ สิ่งนั้นคือสิ่งที่ตายแล้ว” คงไม่ผิดนักกับประโยคนี้ ถึงความเป็นอนิจจังและความเปลี่ยนแปลงของโลก ส่วนของดนตรีก็เช่นกัน ดนตรี มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการตัวเองเรื่อยมาตามสภาพของ เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ซึ่งมีผลกระทบกับ ชีวิต จิตใจ และความรู้สึกของมนุษย์เราเรื่อยมา บทความนี้ เป็นตอนที่ 1 ของเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงของดนตรีคาทอลิก กับ การสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2” ซึ่งเป็นบทความที่ตัวผู้เขียนสนใจ และเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้เขียนตั้งแต่เด็กๆ ขอเชิญอ่านและติดตามกันครับ …

พูดกันถึงเรื่องของวิวัฒนาการทางดนตรีสากล ในประวัติศาสตร์ช่วงยุคกลาง ดนตรี มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับคริสตศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ระบบความรู้ต่างๆ ถูกรวมศูนย์อยู่กับศาสนจักร ดนตรี กับพิธีกรรมของคาทอลิก เป็นสิ่งที่มาคู่กัน สังเกตุได้จากบทขับร้องภาษาละติน ที่แม้แต่ปัจจุบันก็ยังถูกใช้งานในศาสนจักร

การสังคายนา หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Ecumenical council เป็นการประชุมที่รวบรวมบรรดา สังฆราช คาร์ดินัล นักเทววิทยา เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือหาข้อตกลงร่วมกันในข้อขัดแย้งทางความเชื่อของศาสนา มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล และปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยสันตะปาปาเป็นผู้เรียกประชุมสภาสังคายนา

ก่อนอื่น ขอเล่าถึงเรื่องราวของสภาพสังคม ศาสนา และ ดนตรี ในศาสนจักรคาทอลิก ก่อนหน้าการ สังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 พอสังเขปก่อน เพื่อจะได้เข้าใจถึงรากเหง้าของดนตรีในคริสตศาสนาได้ง่ายมากขึ้น

ศาสนา ดนตรี ชีวิต การสังคายนาวาติกัน

ลักษณะของ ศาสนา สังคม และ ดนตรี : ก่อน สังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2

หากเรานับตามการแบ่งก่อน การสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 คือปี 1962, ศาสนจักรเคยมีการเรียกสังคายนาวาติกันครั้งที่ 1 ก่อนหน้านั้น แต่ไม่สำเร็จสมบูรณ์ ก่อนปี 1962 สภาพสถานการณ์โลกมีทั้งความขัดแย้ง วุ่นวาย ศาสนจักรคาทอลิกตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เนื่องจากขั้วของอุดมการณ์สองขั้ว คือ คอมมิวนิสต์ และ เสรีนิยม ซึ่งทั้งคู่ มีแนวคิดที่เป็นอริกับศาสนจักรอย่างชัดเจน นั่นคือ ไม่มีศาสนาของคอมมิวนิสต์ และการตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของพระเจ้าในโลกเสรีนิยม อีกหนึ่งปัจจัยคือการพัฒนาของโลก สิงประดิษฐ์ การสื่อสาร และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป จึงเป็นสาเหตุให้สันตปาปายอห์นที่ 23 เรียกเปิดประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2

ศาสนจักรคาทอลิกมีความเชื่อมายาวนานในเรื่องของ “นอกจากศาสนาคริสต์แล้ว ไม่มีทางรอดอื่น” และ คริสตังที่ได้รับศีลล้างแบบแล้วเท่านั้นที่จะได้พบทางไปสวรรค์ รวมถึงพิธีกรรมแบบจารีตนิยม การยึดหลักคำสอนบุคคลมากกว่าพระคัมภีร์ รวมถึงการไปโบสถ์เพียง “ฟัง” ไม่ใช่การ “มีส่วนร่วม” กับพิธีมิสซา

เนื่องด้วยพิธีกรรมเป็นแบบจารีตนิยม ดนตรี จึงมีข้อจำกัดทาง ศาสนา ที่มาก หน้าที่เป็นเพียงของนักขับร้อง และการเล่นออแกนเพียงเท่านั้น การเข้าถึงกับผู้นับถือ เป็นเพียงกลุ่มคนที่สามารถเข้าใจภาษาละตินได้ และบทเพลงก็เป็นภาษาละติน

หลังการ สังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 กับ ชีวิต คาทอลิกที่เปลี่ยนไป กับ ดนตรี ที่เปลี่ยนแปลง

การ สังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และการเข้าสู่ยุคใหม่ของคริสตศาสนาคาทอลิก เน้นการมีส่วนร่วมของศาสนิกชน การสื่อสารมวลชนของศาสนจักร และการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในครอบครัวศาสนจักร ยกตัวอย่างในหลายๆเรื่อง อาทิเช่น ภาษาในพิธีกรรม ที่สามารถใช้ภาษาท้องถิ่นได้, การเปลี่ยนพระแท่น หันหาศาสนิกชน แทนการหันหลังให้ของบาทหลวง, การใช้สื่อโทรทัศน์ วิทยุ ในการสื่อสารและเผยแพร่คำสอน และแน่นอน เรื่องของ ดนตรี ในเรื่องของดนตรี หากใครอยากอ่านเต็มๆ สามารถเข้าไปอ่านได้จากเว็บของทางวาติกัน ได้เลยครับ

ดนตรี ในศาสนา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ดนตรีละติน ถูกคงไว้กับจารีตอุรักษ์แบบละติน ส่วนเนื้อร้องและดนตรี สามารถแต่งขึ้นใหม่ ตามภาษาท้องถิ่น และมีการรับรองและควบคุม โดย คณะอนุกรรมการดนตรีศักดิ์สิทธิของท้องถิ่นนั้นๆ

47. According to the Constitution on the Liturgy, “the use of the Latin language, with due respect to particular law, is to be preserved in the Latin rites.”

SECOND VATICAN ECUMENICAL COUNCIL

MUSICAM SACRAM 
INSTRUCTION ON MUSIC IN THE LITURGY
5 March, 1967

การใช้เครื่องดนตรี ก็อนุญาตให้มีการใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการใช้เพียงแค่ออแกน โดยการเห็นสมควรว่าเครื่องดนตรีชนิดนั้นใช้เป็นส่วนเสริมในการสรรเสริญพระเจ้าผ่านทางเสียงดนตรี และเหมาะสมกับการใช้งานในพระวิหาร ซึ่งหมายถึงในโบสถ์นั่นเอง

The use of other instruments may also be admitted in divine worship, given the decision and consent of the competent territorial authority, provided that the instruments are suitable for sacred use, or can be adapted to it, that they are in keeping with the dignity of the temple, and truly contribute to the edification of the faithful.

62.
SECOND VATICAN ECUMENICAL COUNCIL

MUSICAM SACRAM 
INSTRUCTION ON MUSIC IN THE LITURGY
5 March, 1967

เราจึงเห็นพัฒนาการของดนตรีทางศาสนจักรคาทอลิกในแต่ละท้องที่ มีความเป็นท้องถิ่น มีความเป็นปัจจุบัน ซึ่งจริงๆเป็นสิ่งที่ชาวคริสต์นิกายโปรแตสแตนต์ทำกันมายาวนานแล้ว (โดยส่วนตัวผู้เขียนเป็นคาทอลิกที่ชื่นชอบการฟังเพลงของชาวคริสเตียนมากๆ) ดังตัวอย่างเพลงในไทย และเพื่อนบ้านในเอเชียหรือแอฟริกา จากพิธีมิสซาขณะที่ พระสันตปาปาฟรานซิส เสด็จเยือนได้

พิธีมิสซาในประเทศโมซัมบิค
พิธีมิสซาในประเทศไทย
พิธีมิสซาในประเทศญี่ปุ่น

สุดท้ายในตอนแรก ความเห็นส่วนตัว ผู้เขียนเห็นว่า ดนตรีเป็นวัฒนธรรมและภาษา ส่วนศาสนาเป็นความเชื่อของบุคคลนั้น ดนตรีเป็นเรื่องของอารมณ์ ความคิด และจิตวิญญาณ ไม่ได้มีผิด หรือถูก หากเราจะใช้ดนตรีสื่อสารสิ่งใดออกไป และดนตรีก็ไม่ได้มีแบบแผน จริงๆ ผู้เขียนชอบวัฒนธรรมของพี่น้องชาวโปรแตสแตนท์ ที่เล่นดนตรีเพื่อสรรเสริญพระเจ้ามาก เขาไม่ได้จำกัดเรื่องของแนวเพลง แนว ดนตรี แต่สิ่งที่เขาสื่อสารออกมา มาจากจิตใจที่แท้จริง ฟังแล้วสัมผัสได้ไม่ยากเลย

ตอนต่อไปในบทความหน้า เราจะพาลงไปเที่ยวในไทย ว่าหลัง การสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 แล้ว ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ในไทย มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร พัฒนาการของบทเพลงเป็นอย่างไรบ้าง ขอให้มีความสุขกับดนตรีครับ Enjoy Music…

หากต้องการอ่านบทความเพิ่มเติม คลิกที่นี่

เรียนทฤษฎีดนตรี ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกที่นี่

Pharadorn Kengganpanich

Pharadorn Kengganpanich

Leave a Replay