ระบบการตั้งเสียง ดนตรีไทย vs. ดนตรีสากล ตั้งอย่างไรให้ถูกตามหลัก ดนตรี

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
ระบบการตั้งเสียง ดนตรีไทย ดนตรีสากล ดนตรี

เมื่อนานมาแล้ว สมัยอยู่ชั้นมัธยมปลาย เวลาเข้าเรียนวิชา ดนตรี จะมีให้เลือกเสมอ ว่าจะเรียน ดนตรีไทย หรือเลือกเรียน ดนตรีสากล ซึ่งโดยปกติ ด้วยความเป็นวัยรุ่น เป็นชาวร็อคโดยธรรมชาติ ก็เลือกเรียน ดนตรีสากลแบบไม่ต้องสงสัย ในหลังเวลาเลิกเรียน ก็จะชอบไปซ้อมดนตรีที่ห้องดนตรีเสมอ ความสนิทสนมกับคุณครูดนตรีก็เกิดขึ้นมาเป็นเรื่องปกติ ก็จะเข้าๆออกๆ ห้องดนตรีไทยบ้าง สากลบ้าง จึงเกิดนึงสนุก ชวนเพื่อนที่เล่นระนาดมาแจมวงกัน กะว่า เอามาผสมกัน สุดยอดไปเลย …… แต่ในความเป็นจริง พอเล่นรวมกันเท่านั้นแหละ เพี้ยนกันไปหมด … สุดท้ายแล้ว คำตอบที่ว่า ทำไมถึงเพี๊ยน เราก็มาถึงบางอ้อตอนเรียนเอกดนตรีสากล ก็เพราะว่าเกิดจาก ระบบการตั้งเสียง ที่ไม่ตรงกัน บทความนี้.. จะว่ากันด้วยเรื่องของ ระบบการตั้งเสียง ระหว่าง ดนตรีไทย และ ดนตรีสากล เราจะตั้งอย่างไรให้ตรงกัน และไปด้วยกันได้ตามหลักของวิชาดนตรี

ดนตรี และ ระบบการตั้งเสียง

ก่อนที่เราจะเปรียบเทียบกันระหว่างดนตรีไทย และ ดนตรีสากล เรามาทำความรู้จักกับ ระบบการตั้งเสียง ของทั้งสองแบบกันก่อน ว่าเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร

ระบบการตั้งเสียง ของ ดนตรีสากล

ระบบการตั้งเสียง ของ ดนตรีสากล นั้น มีการตั้งตามหน่วยของ Hertz หรือย่านคลื่นความถี่ ซึ่งจะอ้างอิงจากโน๊ตตัวลา ในช่องที่สอง ของกุญแจซอล โดยมีการเลือกใช้ย่านความถี่กลางของตัวลานั้น ความถี่ที่นิยมใช้งานกัน ก็จะมี 440 Hz และ 432 Hz หรือจะเป็นความถี่อื่นๆก็ได้สุดแล้วแต่วงนั้นๆ และพอเราได้ค่ากลางแล้ว เสียงของโน๊ตแต่ละตัวในบันไดเสียงโครมาติก (Chromatic Scale) อ่านเพิ่มเติม… ก็จะมีระยะห่างกันเป็นระยะขั้นครึ่งเสียง (Semitone) เสมอ โดยใน 1 ช่วงคู่แปด (Octave) จะมีเสียงทั้งหมด 12 เสียง ใน 12 เสียงนั้น ก็แล้วแต่ว่า จะเล่นเพลงอะไร บันไดเสียงไหน คีย์อะไร

ในภาคของการตั้งเสียง เราจะยึดบันไดเสียง C Major เป็นตัวเปรียบเทียบ เนื่องจากโครงสร้างของบันไดเสียงเมเจอร์ในดนตรีสากล มีช่วงโครงสร้างทั้งหนึ่งเสียงเต็มและครึ่งเสียง ดังภาพประกอบ

Major บันไดเสียงเมเจอร์ ทฤษฎีดนตรี สอนดนตรี
ภาพประกอบ : โครงสร้างบันไดเสียงเมเจอร์ (Major Scale)

จากโครงสร้างขั้นต้น เราจึงทราบได้ว่า เสียงของโน๊ตในหนึ่งช่วงทบคู่แปดของ ดนตรีสากล นั้น มีระยะห่างที่ไม่ได้เท่ากัน มีทั้งระยะหนึ่งเสียงเต็มและระยะครึ่งเสียง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงหากเรานำเครื่องดนตรีไทยมาเล่นด้วย เนื่องจากทางดนตรีไทยมีวิธีการตั้งเสียงที่ไม่เหมือนกับดนตรีสากล ตามที่จะกล่าวในหัวข้อถัดไป

ระบบการตั้งเสียง ของ ดนตรีไทย

ดนตรีไทย มี ระบบการตั้งเสียง ที่สามารถอธิบายในขอบเขตวิชาของสวนศาสตร์ (วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของเสียง เป็นวิชาหนึ่งในวิทยาศาสตร์) โดย ดนตรีไทย นั้น ในอดีตไม่มีเรื่องของมาตรฐานการตั้งเสียงกลางที่ชัดเจนมากนัก ส่วนมากก็แล้วแต่ละท้องที่ (ปัจจุบันมีมาตรฐานกลางแล้ว) แต่สิ่งที่ดนตรีไทยจะตั้งเหมือนกันก็คือ ดนตรีไทยใช้ระบบการเรียกชื่อตัวโน๊ตเป็นระบบ ซอล-ฟา (Sol-Fa System) ซึ่งในทฤษฎีดนตรีสากล ใช้เพื่อเป็นการร้องโน๊ต แต่จะใช้ระบบอักษรเป็นตัวระบุตัวตนของโน๊ตแทน อ่านเพิ่มเติม… พูดกันง่ายๆก็คือ ดนตรีไทยมีบันไดเสียงเดียว และระยะระหว่างโน๊ต 7 ตัวในช่วงคู่แปด มีค่าระยะห่างเฉลี่ยเท่ากันทั้งสิ้น (ทางดนตรีสากลจะเรียกว่า บันไดเสียง Whole Tone)

เมื่อลองนำเครื่อง ดนตรีไทย มาเล่นกับเครื่อง ดนตรีสากล แล้ว สิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดเจนมากที่สุด ก็คือ โน๊ต Tonic หรือโน๊ตแรกหลักของบันไดเสียง ในที่นี้เราพูดกันถึงตัวโด จะมีเสียงที่ตรงกันไม่ผิดเพี้ยนเลย ทุกตัว ทุกช่วงคู่แปด ตรงกันหมด แต่โน๊ตตัวอื่นๆในบันไดเสียง แตกต่างกัน เพี้ยนจากกันทั้งหมด เราจึงมาเริ่มวิเคราะห์จากค่าความถี่ที่วัดได้ในหัวข้อถัดไป

เปรียบเทียบความถี่เสียง ดนตรีไทย กับ ดนตรีสากล

ก่อนอื่น เราจะใช้เสียงของเปียโนที่ถูกจูนอย่างตรงความถี่เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อหาค่าความถี่ต่างๆกันก่อน โดยตารางอัตราส่วนคร่าวๆของย่านความถี่บางส่วนของเปียโน มีดังนี้ครับ ผมใช้การเรียกชื่อโน๊ตตามนี้ครับ อ่านเพิ่มเติม… ส่วนใครอยากดูตัวเต็มและวิธีคิด ได้ตามนี้เลยครับ Wikipedia…

โน๊ตเปียโนค่าความถี่
a2880.00
g2783.99
f2698.46
e2659.26
d2587.33
c2523.25
b1493.88
a1 (ลา 440 Hz)440.00
g1392.00
f1349.23
e1329.63
d1293.66
c1261.63
b246.94
a220.00
ตารางค่าความถี่ของเปียโน (บางส่วน)

จากตาราง เราได้ค่าอัตราส่วนของดนตรีสากลเป็นดังนี้

  • ระยะหนึ่งเสียงเต็ม มีค่าอัตราส่วน 1.12
  • ระยะครึ่งเสียง มีค่าอัตราส่วน 1.06

ในขณะที่ดนตรีไทยนั้น จะมีค่าอัตราส่วนความถี่ของโน๊ตที่ห่างกันคงที่อยู่ที่ 1.097 เท่าๆกันในทุกโน๊ต พอลองคิดคำนวณดูเล่นๆใน 1 ช่วงคู่แปด ใช้อัตราความถี่ของโน๊ตโดตัวแรกที่ 65 Hz ก็จะได้ออกมาดังนี้ครับ

โน๊ตความถี่(สากล)ความถี่ (ไทย)
C6565
D7372
E8280
F8788
G9897
A110107
B123119
C131131
อ้างอิง : ทฤษฎีและการปฏิบัติดนตรีไทย (หน้า 10-11), โดย อุทิศ นาคสวัสดิ์, 2514, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.

สังเกตุว่า โน๊ตต่างๆในช่วงคู่แปดนั้น มีแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เพี้ยนกันได้ทั้งวงครับ ถึงอย่างนั้นก็ดี ก็ไม่สามารถคำนวณค่าความพี่ของดนตรีไทยที่แม่นยำนักได้ เพราะเมื่อถึงระยะความถี่หนึ่ง อัตราส่วนของดนตรีไทยก็จะไม่ได้คงที่อยู่ที่ 1.097 แล้ว จึงเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากอยู่เรื่องหนึงเลยทีเดียว

ดนตรีไทย กับ ดนตรีสากล จะเล่นด้วยกันได้อย่างไร? จะใช้ ระบบการตั้งเสียง แบบใดดี?

จากประสบการณ์ เครื่อง ดนตรีไทย หากจะเล่นกับเครื่อง ดนตรีสากล นั้น ต้องปรับจูนเสียงให้ตรงกันเสียก่อน โดยการที่ตั้งเครื่อง ดนตรีไทย ให้เข้ากับทฤษฎี ระบบการตั้งเสียง ของเครื่องดนตรีสากล เสียก่อน ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีเครื่องดนตรีไทยที่ได้รับการตั้งเสียงแบบดนตรีสากล ขายเป็นคีย์ เช่น ขลุ่ยคีย์ซี ขลุ่ยคีย์บี เป็นต้น

ได้รู้กันไปแล้วใช่ไหมครับ กับ ระบบการตั้งเสียง ของ ดนตรีไทย กับ ดนตรีสากล ผมยังจำได้ว่าตอนเรียนเอกดนตรีนั้น วิชาสวนศาสตร์ มีสอบจูนขลุ่ยไทยอยู่ ว่างๆ จะมานั่งจูนขลุ่ยไทยเล่นกับเปียโนดู ก็น่าจะเข้าท่าดี หากใครมีสิ่งใดพูดคุยกัน ก็ได้ตามลิงค์เมลล์ หรือตามปุ่มโซเชียลในเว็บไซต์ได้เลยครับ

Pharadorn Kengganpanich

Pharadorn Kengganpanich

Leave a Replay